ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระบี่กระบองของไทย
******************************************************************
ประวัติความเป็นมา
กระบี่
เป็นอาวุธของทหารไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณใช้สำหรับฟันและแทงในการต่อสู้ระยะประชิดตัว
เช่น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น การรบแต่ละครั้งจะมีการยกพวกเข้าตะลุมบอนกัน อาวุธที่ใช้จึงต้องเป็นอาวุธที่ใช้ในระยะประชิดตัว ซึ่งได้แก่
กระบี่ ดาบ กระบอง เป็นต้น
ในสมัยก่อนนั้น
ชายไทยทุกคนที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
มีหน้าที่รับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร
อุทิศกายใจเป็นชาติพลีแก่บ้านเมืองตลอดชีวิต
กระบี่จึงเป็นอาวุธคู่กายอยู่เสมอ
ในระหว่างที่บ้านเมืองปราศจากศึกสงคราม
ทหารหาญก็มีหน้าที่ฝึกซ้อมเพื่อให้มีความแข็งแกร่งพร้อมเสมอที่จะทำการรบ ดังคติพจน์ที่ว่า " ยามศึกเรารบ ยามสงบเราเตรียมพร้อม " แต่ในสมัยหลัง ๆ ต่อมานั้น การศึกสงครามจริง ๆ ได้ว่างเว้นห่างมากขึ้น
การเตรียมตัวของทหารก็เลยขาดการเอาจริงเอาจังเท่าที่ควร
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายการฝึกซ้อมของทหารนี้เองจึงได้มีการดัดแปลงวิธีการฝึกซ้อมเสียใหม่ เพื่อให้เกิดความสนุกสนานควบคู่กันไปด้วย
โดยจัดให้มีการแข่งขันประลองความสามารถในเชิงในการต่อสู้ ที่เปรียบเสมือนการจำลองการรบจริง ๆ
แต่ต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบประเพณีอันดีงาม
การจัดการแข่งขันและประลองฝีมือของทหารในยามสงบนี้เองเป็นที่มาของการเล่น
" กระบี่กระบอง
" ซึ่งถือกันว่าเป็น
" ยุทธกีฬา " ของนักรบไทยสมัยโบราณและสืบทอดกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้ จึงควรที่คนไทยทุกคนจะได้มีความภาคภูมิใจและรักษาไว้เป็นศิลปะประจำชาติสืบต่อไป
กระบี่ หมายถึง
การเล่นชนิดหนึ่งที่ใช้กระบี่ที่ทำด้วยหวาย
หรือเหล็กเป็นเครื่องมือในการเล่นหรือต่อสู้กันระหว่างคนสองคน
โดยต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับประเพณีอันดีงามในการเล่น การเล่นกระบี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกระบี่กระบอง
ซึ่งเรียกตามลักษณะของอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้กันนั้นเอง
ตามหลักฐานเท่าที่จะสามารถสืบได้นั้นยังไม่ปรากฏชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ก่อน
หรือได้มีการฝึกสอนการเล่นประเภทนี้มาตั้งแต่สมัยใด เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในสมัยก่อนนั้นการเรียนวิชาการต่าง
ๆ เป็นการเรียนโดยการถ่ายทอดกันด้วยการปฏิบัติจริง
หรือบอกกันแบบปากต่อปากโดยไม่มีตำราหรือจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
จึงทำให้วิชาการที่ดีมีคุณค่าของไทยเป็นจำนวนมากสูญหายไปโดยไม่มีผู้ถ่ายทอดสืบต่อมา กลายเป็นเรื่องที่เล่าสู้กันฟังว่าครู
อาจารย์สมัยก่อนหวงวิชาไม่อยากถ่ายทอดให้แก่ใคร ซึ่งอาจมีส่วนจริงอยู่บ้างก็เป็นได้ เพราะก่อนที่ครูจะทำการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ
ให้แก่ศิษย์นั้น
ท่านจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่าศิษย์ต้องเป็นคนดีจะไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่ตัวของท่าน ไม่นำวิชาที่ท่านถ่ายทอดให้ไปใช้ในทางที่ผิด ดังนั้นก่อนที่จะทำการเรียนการสอนใด ๆ
จึงต้องมักให้ศิษย์ ทำพิธี " ไหว้ครู " หรือ " ยกครู
" เสียก่อน
เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าอ่อนน้อมยอมเป็นศิษย์ และจะปฏิบัติตามคำสั่งของครูอาจารย์
อย่างเคร่งครัด ไม่นอกลู่นอกทาง
ซึ่งพิธีไหว้ครูนี้ในปัจจุบันก็ยังคงปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปในสถานศึกษาทุกแห่ง
แต่อาจแตกต่างกันออกไปจากในสมัยโบราณบ้างตามยุคสมัย แต่ยังคงลักษณะเดียวกันอยู่นั่นคือ
ศิษย์จะนำดอกไม้ธูปเทียนมากระทำการไหว้ครูในวันพฤหัสบดีใด ๆ ตามกาลและโอกาสอันควร
หลักฐานเท่าที่
สามารถอ้างอิง หรือพอสันนิษฐานได้ว่า
อย่างน้อยที่สุดการเล่นกระบี่กระบองต้องมีมาแล้วตั้งแต่ สมัยอยุธยา
โดยในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะยังทรงพระเยาว์ ได้เสด็จไปเป็นเชลยของพม่าถึง 15 ปี ขณะที่อยู่ในเมืองพม่านั้นทรงได้ศึกษาวิชาการต่อสู้ด้วยอาวุธชนิดต่าง ๆ
ตามพงศาวดารกล่าวว่าพระองค์ทรงแตกฉานในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า และใช้อาวุธยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้สักผู้เดียวในการประลอง
อีกหลักฐานหนึ่งคือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่อง
" อิเหนา " ตอนหนึ่งกล่าวถึงการเล่นกระบี่กระบองไว้ว่า
" เมื่อนั้น เท้าหมันหยาปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เห็นอิเหนาเข้ามาบังคมคัล จึงปราศรัยพลันไปทันที
เห็นเขาระบือลือเล่า ว่าเจ้าชำนาญการกระบี่
ท่าทางทำนองคล่องดี
วันนี้จงรำให้น้าดู
แล้วให้เสนากิดาหยัน จัดกันขึ้นตีทีละคู่
โล่ดั้งดาบเชลยมลายู จะได้ดูเล่นเป็นขวัญตา "
จากพระราชนิพนธ์เรื่องนี้พอจะสันนิษฐานได้ว่า
อย่างน้อยที่สุดการเล่นกระบี่กระบองก็ต้องมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอ้างอิงถึงการเล่นกระบี่กระบองในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระองค์ทรงโปรดปราณการเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างมาก
ทำให้กระบี่กระบองแพร่หลายไปในหมู่ประชาชนคนไทย มีการตั้งคณะหรือสำนักกระบี่กระบองขึ้นมากมายหลายแห่ง มีการจัดการแข่งขันแสดงความสามารถของแต่ละคณะแต่ละสำนักขึ้นที่ท้องสนามหลวง มีผู้ชมสนใจมากมายจนล้นหลาม ถือเป็นยุคทองของกระบี่กระบอง ก่อกำเนิดทั้งสำนักต่าง ๆ
และปรมาจารย์ผู้มีความสามารถในเชิงกระบี่กระบองขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันนี้บ้าง
ในจำนวนผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเชิงกระบี่กระบองนั้น ท่านที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด คือ อาจารย์นาค เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา
เนื่องจากท่านเป็นผู้นำเอาวิชาการกระบี่กระบองมาบรรจุเข้าในหลักสูตรของโรงเรียนพละศึกษากลาง ให้นักเรียนฝึกหัดครูในสมัยนั้นได้เรียนรู้และฝึกฝนกันจนแตกฉาน
ซึ่งวิชานี้ยังคงบรรจุอยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย วิทยาลัยต่าง ๆ
ตลอดจนโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศในปัจจุบัน
จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่า
กระบี่กระบอง
จะยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของเราชาวไทยไปตราบนานเท่านานโดยไม่เสื่อมสูญไป
ระเบียบประเพณีการเล่นกระบี่
1. ผู้เล่นควรใช้อาวุธให้ถูกต้องตามชนิด
กระบี่รำเป็นกระบี่ที่ใช้เพื่อการรำเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนจากการรำมาเป็นการตี ก็ควรใช้กระบี่ตีที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อการตีโดยเฉพาะ หรือใช้กระบี่จริงแล้วแต่กรณี
2. ก่อนการแสดงทุกครั้ง แสดงจะต้องนำเอาอาวุธทั้งหมดที่ใช้ในการแสดงมาจัดตั้งชุมนุมไว้ที่เดียวกัน เพื่อทำพิธีบูชาพระรัตนตรัย
และระลึกถึงครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้
3. นักกระบี่กระบองจะต้องแสดงการคารวะต่ออุปกรณ์การเล่นทุกครั้งก่อนและหลังการเล่นจะต้องเก็บรักษาไว้ในที่อันควร
4. การเล่นกระบี่กระบองทุกครั้งควรต้องมีเครื่องดนตรีประกอบการเล่นด้วย
ได้แก่ ปี่ชวา กลองแขก และฉิ่ง
ในปัจจุบันอนุโลมให้ใช้เพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีดังกล่าวที่บันทึกไว้ในแถบบันทึกเสียงได้
5. ผู้เล่นจะต้องแต่งกายแบบโบราณของไทยและสวมมงคล เพื่อเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของการเล่นแบบไทยและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้แสดงเอง
6. ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการแสดงดังต่อไปนี้โดยจะละเว้นหรือผิดขั้นตอนเสียไม่ได้ คือ
เริ่มด้วยการถวายบังคม
ขึ้นพรหมสี่หน้า รำไม้รำ จ้วงลงนั่ง
ถวายบังคมเร็ว เดินแปลง ย่างสามขุมเข้าหาคู่ต่อสู้
และจบลงด้วยการแสดงการคารวะแก่กันเพื่อแสดงการให้อภัยซึ่งกันและกัน
ประโยชน์และคุณค่าของกระบี่กระบอง
ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
1. ด้านร่างกาย
การเล่นกระบี่กระบองเป็นกิจกรรมการเล่นกีฬาพละศึกษาอย่างหนึ่ง จึงเป็นการออกกำลังกายซึ่งต้องเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ
ทำงานประสานสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบต่าง ๆ
ทำงานได้ดีขั้น ได้แก่ ระบบหายใจ
ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบขับถ่ายของเสีย ผลพลอยได้ของการเล่นกระบี่กระบองอีกอย่างหนึ่ง
คือ ทำให้รูปร่างทรวดทรงดี
เป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพของตนเองได้เป็นอย่างดี
2.
ด้านจิตใจ
การเล่นกระบี่กระบองไม่มีการสวมใส่เครื่องป้องกันตัวชนิดใดเลย การตีกันก็ไม่มีข้อห้ามว่าให้ตีส่วนใดของร่างกาย
บางครั้งเมื่อรับผิดพลาดก็ต้องมีการเจ็บตัวบ้างมากน้อยตามสภาพ
ดังนั้นจึงมีประโยชน์ตรงที่ช่วยฝึกจิตใจให้เป็นคนกล้าหาญ เข้มแข็ง
อดทน ไม่หวั่นเกรงต่อภัยอันตรายใด
ๆ นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้คือ
ทำให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
เนื่องจากเมื่อพลาดพลั้งครั้งใดเป็นต้องเจ็บตัวทุกครั้ง
3. ด้านอารมณ์
การเล่นกระบี่กระบองเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ทั้งจากการเรียนและการทำงานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอุปกรณ์หาง่ายราคาถูก เล่นได้ทุกเพศทุกวัยและทุกสถานที่
4. ด้านสังคม การเล่นกระบี่กระบองเป็นการเล่นที่ต้องมีผู้เล่นเป็นคู่
ในขณะทำการแสดงต้องมีการปะทะถูกตัวกันบ้างตามสมควร
อีกทั้งบางครั้งมีการพลาดพลั้งถูกอาวุธของผู้เล่นทำให้เจ็บบ้าง แต่หลังจากที่แสดงจบลงแล้ว
ผู้เล่นทั้งคู่จะกระทำการไหว้ขอขมาลาโทษซึ่งกันและกันทันที โดยทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความโกรธเคืองซึ่งกันและกันเลย
แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยก่อให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคคลตลอดจนหมู่คณะ
5.
ด้านสติปัญญา
กระบี่กระบองเป็นการเล่นที่ฝึกให้รู้จักคิดและตัดสินใจโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ฝึกสายตาให้คล่องแคล่ว แหลมคม
อันนำมาซึ่งความคล่องแคล่วว่องไวในการเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกอันตรายต่าง ๆ
หรือคล่องตัวในการทำงานต่าง ๆ เป็นต้น
คุณค่าของกระบี่กระบอง
1. กระบี่กระบองเป็นวิชาที่เกี่ยวกับการต่อสู้ป้องกันตัว ผู้ที่เรียนรู้วิชากระบี่กระบองมาแล้วย่อมมีทักษะป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับตนเอง และสามารถนำมาใช้ในยามคับขันได้
2. กระบี่กระบองเป็นกิจกรรมทางพละศึกษาที่ดีอย่างหนึ่ง เนื่องจากกระบี่เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ผู้
เล่นกีฬาย่อมได้รับประโยชน์จากการเล่นในทุก ๆ ด้าน
3. กระบี่กระบองเป็นกีฬาที่ฝึกน้ำใจเป็นอย่างดี
การเล่นกระบี่กระบองไม่มีข้อจำกัดในเรื่องการตีรันฟันแทง แต่อย่างใด เพราะการเผชิญหน้ากับศัตรูจริง ๆ
ไม่มีกติกาเช่นกัน จึงฝึกให้ผู้เล่นมีน้ำใจกล้าหาญอดทน
4. กระบี่กระบองเป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติไทย กระบี่กระบองเป็นศิลปะการแสดงที่เชิดหน้าชูตาของคนไทยเรา สามารถอวดชาวต่างประเทศได้ จึงควรหวงแหนรักษาไว้ให้ดำรงคงสืบต่อไป
การดูแลรักษาอุปกรณ์กระบี่
ตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทยเราแต่โบราณ
ถือว่ากระบี่กระบองเป็นอาวุธที่เราต้องสำนึกในคุณค่าที่เรานำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันอันตรายจากศัตรู
กระบี่จึงมีความสำคัญต่อชีวิตจิตใจของผู้เล่นมา
ดังนั้นก่อนและหลังการเล่นจึงควรทำความเคารพต่อกระบี่ เก็บรักษาไว้ในที่เหมาะสม ไม่วางเกะกะตามพื้น
การวางไว้ในที่สูงหรือทำที่เก็บกระบี่ไว้โดยเฉพาะ
หมั่นคอยดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้เสมอ ไม่ควรนำมาใช้ผิดประเภท เช่น
นำไปปักเป็นหลักตามพื้นดิน
นำไปตีเพื่อน ตีสิ่งของต่าง ๆ เล่น และไม่ควรนำไปตีสัตว์ใด ๆ เป็นอย่างยิ่ง การตกแต่งเพื่อความสวยงามกระทำได้
แต่ไม่ควรดัดแปลงจนกระทั่งไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งาน
เครื่องกระบี่กระบอง
เครื่องกระบี่กระบอง หมายถึง อาวุธต่าง ๆ
รวมทั้งเครื่องป้องกันตัวที่จำลองมาจากของจริงในสมัยโบราณ ตลอดจนของจริงที่ใช้ในการแสดงกระบี่กระบอง ได้แก่
กระบี่ ดาบ ง้าว
พลอง ดั้ง โล่
เขน ไม้สั้น ฯลฯ เครื่องกระบี่กระบองเหล่านี้รวมเรียกว่า "
เครื่องไม้ " มี 2 ชนิด คือ
1. เครื่องไม้รำ
จำลองมาจากอาวุธจริง เน้นความสวยงาม
มักบอบบางไม่แข็งแรง
2. เครื่องไม้ตี จำลองมาจากอาวุธจริง เน้นความแข็งแรง มี 3 ลักษณะ คือ
2.1 เป็นอาวุธแท้
2.2 เป็นอาวุธที่จำลองมาเป็นเครื่องรำ
2.3 เป็นอาวุธที่จำลองมาเป็นเครื่องตี
ในที่นี้จะขอกล่าวเพียงกระบี่เท่านั้น
กระบี่จริง
ประกอบด้วย
1. ตัวกระบี่
เป็นโลหะเหนียว ปลายแหลม มีด้านคมและสัน
บนตัวกระบี่จะบากร่องเอาไว้เพื่อเป็นการลดน้ำหนักของกระบี่ลง ทางโคนจะบากเนื้อเหล็กไว้ให้เรียวเล็กลง เพื่อทำกั่นกระบี่สำหรับติดด้าม
2. ด้ามกระบี่ เป็นส่วนที่อยู่ติดกับกั่นกระบี่อย่างเหนียวแน่น ยาวประมาณ 12 ซม. โตพอมือจับกำได้อย่างถนัดและมั่นคง
อาจทำด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้ เช่น
ไม้ งาช้าง มุก
หรือเชือก เป็นต้น
3. โกร่งกระบี่
รูปร่างคล้ายตระกร้อสอยผลไม้
ทำด้วยแผ่นเหล็กฉลุให้โปร่ง
ติดแน่นอยู่กับส่วนโคนกับปลายด้ามกระบี่
โกร่งกระบี่มีไว้สำหรับป้องกันการถูกฟันมือ
4. ฝักกระบี่ คือ
ปลอกที่ใช้สวมกระบี่ไว้เมื่อยังไม่ได้ใช้งาน
อาจทำด้วยโลหะ หนัง หรือไม้ก็ได้
ในฝักบุด้วยวัสดุพวกหนังอ่อน
หรือผ้าสักหลาดเพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างตัวกระบี่กับฝัก
กระบี่รำ ประกอบด้วย
1. ตัวกระบี่
ทำด้วยหวายเทศ ยาวประมาณ 100 ซม. ปลายเรียบเล็กถักด้วยเชือกเส้นเล็ก
ๆ แล้วลงรักปิดทอง
บางทีตัวกระบี่ทำด้วยไม้ประดับกระจกชิ้นเล็ก ๆ เป็นลวดลายตลอดตัวกระบี่ก็มี
2. ด้ามกระบี่
ส่วนใหญ่หุ้มด้วยกำมะหยี่ล้วนถักด้วยเชือก
3. โกร่งกระบี่
ทำด้วยหนังทึบแล้วลงรักปิดทอง
เขียนลวดลายไทยต่าง ๆ
กระบี่ตี
ทำเช่นเดียวกับกระบี่รำ คือตัวกระบี่เป็นหวายเทศตลอดอัน เนื่องจากหวายชนิดนี้เหนียวแน่นและเบามาก
แต่กระบี่ตีจะไม่มีลวดลายใด ๆ บนตัวกระบี่เลย อาจมีการถักเชือกบ้างที่โกร่งและด้าม
แต่มักไม่เน้นความสวยงามใด ๆ เนื่องจากเป็นกระบี่ที่ใช้ฟัน ตี แทง ในการเล่นจริง
ความปลอดภัยในการเล่นกระบี่
1. เล่นในขณะที่มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจดี
มีความพร้อมที่จะเล่น
2. เล่นด้วยความระมัดระวัง
ไม่ประมาททั้งตนเองและคู่ต่อสู้
3. รู้จักประมาณตน
ไม่เล่นหักโหมเกินกำลัง
4. สำรวจอุปกรณ์
และสถานที่เล่นให้แน่ใจว่าเรียบร้อยดีเสียก่อน
5. แต่งกายด้วยชุดฝึกที่รัดกุม เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก และคล่องแคล่ว
6. บริหารร่างกายให้พร้อมทุกส่วนก่อนที่จะเล่นทุกครั้ง
7. ควรมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ
รักษากฎระเบียบ และประเพณีอันดีงาม
