วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กระบี่กระบอง

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระบี่กระบองของไทย
******************************************************************
ประวัติความเป็นมา
                กระบี่ เป็นอาวุธของทหารไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณใช้สำหรับฟันและแทงในการต่อสู้ระยะประชิดตัว เช่น  ในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  การรบแต่ละครั้งจะมีการยกพวกเข้าตะลุมบอนกัน  อาวุธที่ใช้จึงต้องเป็นอาวุธที่ใช้ในระยะประชิดตัว  ซึ่งได้แก่  กระบี่  ดาบ  กระบอง เป็นต้น
                ในสมัยก่อนนั้น ชายไทยทุกคนที่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ มีหน้าที่รับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร อุทิศกายใจเป็นชาติพลีแก่บ้านเมืองตลอดชีวิต  กระบี่จึงเป็นอาวุธคู่กายอยู่เสมอ   ในระหว่างที่บ้านเมืองปราศจากศึกสงคราม   ทหารหาญก็มีหน้าที่ฝึกซ้อมเพื่อให้มีความแข็งแกร่งพร้อมเสมอที่จะทำการรบ  ดังคติพจน์ที่ว่า  " ยามศึกเรารบ  ยามสงบเราเตรียมพร้อม แต่ในสมัยหลัง ๆ ต่อมานั้น  การศึกสงครามจริง ๆ ได้ว่างเว้นห่างมากขึ้น การเตรียมตัวของทหารก็เลยขาดการเอาจริงเอาจังเท่าที่ควร    ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายการฝึกซ้อมของทหารนี้เองจึงได้มีการดัดแปลงวิธีการฝึกซ้อมเสียใหม่    เพื่อให้เกิดความสนุกสนานควบคู่กันไปด้วย   โดยจัดให้มีการแข่งขันประลองความสามารถในเชิงในการต่อสู้   ที่เปรียบเสมือนการจำลองการรบจริง ๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบประเพณีอันดีงาม  การจัดการแข่งขันและประลองฝีมือของทหารในยามสงบนี้เองเป็นที่มาของการเล่น " กระบี่กระบอง  "  ซึ่งถือกันว่าเป็น " ยุทธกีฬา " ของนักรบไทยสมัยโบราณและสืบทอดกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้  จึงควรที่คนไทยทุกคนจะได้มีความภาคภูมิใจและรักษาไว้เป็นศิลปะประจำชาติสืบต่อไป
                กระบี่  หมายถึง  การเล่นชนิดหนึ่งที่ใช้กระบี่ที่ทำด้วยหวาย  หรือเหล็กเป็นเครื่องมือในการเล่นหรือต่อสู้กันระหว่างคนสองคน   โดยต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับประเพณีอันดีงามในการเล่น  การเล่นกระบี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกระบี่กระบอง    ซึ่งเรียกตามลักษณะของอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้กันนั้นเอง
ตามหลักฐานเท่าที่จะสามารถสืบได้นั้นยังไม่ปรากฏชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ก่อน   หรือได้มีการฝึกสอนการเล่นประเภทนี้มาตั้งแต่สมัยใด  เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในสมัยก่อนนั้นการเรียนวิชาการต่าง ๆ เป็นการเรียนโดยการถ่ายทอดกันด้วยการปฏิบัติจริง หรือบอกกันแบบปากต่อปากโดยไม่มีตำราหรือจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร   จึงทำให้วิชาการที่ดีมีคุณค่าของไทยเป็นจำนวนมากสูญหายไปโดยไม่มีผู้ถ่ายทอดสืบต่อมา  กลายเป็นเรื่องที่เล่าสู้กันฟังว่าครู อาจารย์สมัยก่อนหวงวิชาไม่อยากถ่ายทอดให้แก่ใคร     ซึ่งอาจมีส่วนจริงอยู่บ้างก็เป็นได้  เพราะก่อนที่ครูจะทำการถ่ายทอดวิชาการต่าง ๆ ให้แก่ศิษย์นั้น  ท่านจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่าศิษย์ต้องเป็นคนดีจะไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่ตัวของท่าน  ไม่นำวิชาที่ท่านถ่ายทอดให้ไปใช้ในทางที่ผิด  ดังนั้นก่อนที่จะทำการเรียนการสอนใด ๆ จึงต้องมักให้ศิษย์  ทำพิธี " ไหว้ครู " หรือ  " ยกครู " เสียก่อน  เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าอ่อนน้อมยอมเป็นศิษย์    และจะปฏิบัติตามคำสั่งของครูอาจารย์ อย่างเคร่งครัด  ไม่นอกลู่นอกทาง  ซึ่งพิธีไหว้ครูนี้ในปัจจุบันก็ยังคงปฏิบัติกันอยู่ทั่วไปในสถานศึกษาทุกแห่ง  แต่อาจแตกต่างกันออกไปจากในสมัยโบราณบ้างตามยุคสมัย  แต่ยังคงลักษณะเดียวกันอยู่นั่นคือ ศิษย์จะนำดอกไม้ธูปเทียนมากระทำการไหว้ครูในวันพฤหัสบดีใด ๆ ตามกาลและโอกาสอันควร
                หลักฐานเท่าที่ สามารถอ้างอิง หรือพอสันนิษฐานได้ว่า อย่างน้อยที่สุดการเล่นกระบี่กระบองต้องมีมาแล้วตั้งแต่ สมัยอยุธยา  โดยในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะยังทรงพระเยาว์   ได้เสด็จไปเป็นเชลยของพม่าถึง 15 ปี ขณะที่อยู่ในเมืองพม่านั้นทรงได้ศึกษาวิชาการต่อสู้ด้วยอาวุธชนิดต่าง  ๆ  ตามพงศาวดารกล่าวว่าพระองค์ทรงแตกฉานในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า  และใช้อาวุธยิ่งนัก  ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้สักผู้เดียวในการประลอง อีกหลักฐานหนึ่งคือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  เรื่อง  " อิเหนา " ตอนหนึ่งกล่าวถึงการเล่นกระบี่กระบองไว้ว่า
                                                "  เมื่อนั้น                          เท้าหมันหยาปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
                                เห็นอิเหนาเข้ามาบังคมคัล                 จึงปราศรัยพลันไปทันที
                                เห็นเขาระบือลือเล่า                          ว่าเจ้าชำนาญการกระบี่
                                ท่าทางทำนองคล่องดี                        วันนี้จงรำให้น้าดู
                                แล้วให้เสนากิดาหยัน                         จัดกันขึ้นตีทีละคู่
                                โล่ดั้งดาบเชลยมลายู                         จะได้ดูเล่นเป็นขวัญตา  "
          จากพระราชนิพนธ์เรื่องนี้พอจะสันนิษฐานได้ว่า   อย่างน้อยที่สุดการเล่นกระบี่กระบองก็ต้องมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างแน่นอน  นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอ้างอิงถึงการเล่นกระบี่กระบองในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  พระองค์ทรงโปรดปราณการเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างมาก  ทำให้กระบี่กระบองแพร่หลายไปในหมู่ประชาชนคนไทย  มีการตั้งคณะหรือสำนักกระบี่กระบองขึ้นมากมายหลายแห่ง  มีการจัดการแข่งขันแสดงความสามารถของแต่ละคณะแต่ละสำนักขึ้นที่ท้องสนามหลวง  มีผู้ชมสนใจมากมายจนล้นหลาม  ถือเป็นยุคทองของกระบี่กระบอง  ก่อกำเนิดทั้งสำนักต่าง ๆ และปรมาจารย์ผู้มีความสามารถในเชิงกระบี่กระบองขึ้นเป็นจำนวนมาก  ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันนี้บ้าง
                ในจำนวนผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเชิงกระบี่กระบองนั้น  ท่านที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด คือ อาจารย์นาค  เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา  เนื่องจากท่านเป็นผู้นำเอาวิชาการกระบี่กระบองมาบรรจุเข้าในหลักสูตรของโรงเรียนพละศึกษากลาง  ให้นักเรียนฝึกหัดครูในสมัยนั้นได้เรียนรู้และฝึกฝนกันจนแตกฉาน  ซึ่งวิชานี้ยังคงบรรจุอยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย  วิทยาลัยต่าง ๆ ตลอดจนโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศในปัจจุบัน  จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่า    กระบี่กระบอง    จะยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของเราชาวไทยไปตราบนานเท่านานโดยไม่เสื่อมสูญไป
ระเบียบประเพณีการเล่นกระบี่
                1. ผู้เล่นควรใช้อาวุธให้ถูกต้องตามชนิด  กระบี่รำเป็นกระบี่ที่ใช้เพื่อการรำเท่านั้น   ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนจากการรำมาเป็นการตี  ก็ควรใช้กระบี่ตีที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อการตีโดยเฉพาะ  หรือใช้กระบี่จริงแล้วแต่กรณี
                2. ก่อนการแสดงทุกครั้ง  แสดงจะต้องนำเอาอาวุธทั้งหมดที่ใช้ในการแสดงมาจัดตั้งชุมนุมไว้ที่เดียวกัน  เพื่อทำพิธีบูชาพระรัตนตรัย  และระลึกถึงครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้
                3. นักกระบี่กระบองจะต้องแสดงการคารวะต่ออุปกรณ์การเล่นทุกครั้งก่อนและหลังการเล่นจะต้องเก็บรักษาไว้ในที่อันควร
                4. การเล่นกระบี่กระบองทุกครั้งควรต้องมีเครื่องดนตรีประกอบการเล่นด้วย ได้แก่ ปี่ชวา กลองแขก และฉิ่ง  ในปัจจุบันอนุโลมให้ใช้เพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีดังกล่าวที่บันทึกไว้ในแถบบันทึกเสียงได้
                5. ผู้เล่นจะต้องแต่งกายแบบโบราณของไทยและสวมมงคล  เพื่อเป็นการรักษาเอกลักษณ์ของการเล่นแบบไทยและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้แสดงเอง
                6. ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการแสดงดังต่อไปนี้โดยจะละเว้นหรือผิดขั้นตอนเสียไม่ได้  คือ  เริ่มด้วยการถวายบังคม  ขึ้นพรหมสี่หน้า  รำไม้รำ  จ้วงลงนั่ง  ถวายบังคมเร็ว  เดินแปลง  ย่างสามขุมเข้าหาคู่ต่อสู้ และจบลงด้วยการแสดงการคารวะแก่กันเพื่อแสดงการให้อภัยซึ่งกันและกัน
ประโยชน์และคุณค่าของกระบี่กระบอง
ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง
            1. ด้านร่างกาย  การเล่นกระบี่กระบองเป็นกิจกรรมการเล่นกีฬาพละศึกษาอย่างหนึ่ง  จึงเป็นการออกกำลังกายซึ่งต้องเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย  ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ทำงานประสานสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ   รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ    นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีขั้น  ได้แก่  ระบบหายใจ    ระบบไหลเวียนโลหิต  และระบบขับถ่ายของเสีย  ผลพลอยได้ของการเล่นกระบี่กระบองอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้รูปร่างทรวดทรงดี  เป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพของตนเองได้เป็นอย่างดี
            2. ด้านจิตใจ  การเล่นกระบี่กระบองไม่มีการสวมใส่เครื่องป้องกันตัวชนิดใดเลย  การตีกันก็ไม่มีข้อห้ามว่าให้ตีส่วนใดของร่างกาย  บางครั้งเมื่อรับผิดพลาดก็ต้องมีการเจ็บตัวบ้างมากน้อยตามสภาพ  ดังนั้นจึงมีประโยชน์ตรงที่ช่วยฝึกจิตใจให้เป็นคนกล้าหาญ  เข้มแข็ง  อดทน  ไม่หวั่นเกรงต่อภัยอันตรายใด ๆ นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้คือ  ทำให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท  เนื่องจากเมื่อพลาดพลั้งครั้งใดเป็นต้องเจ็บตัวทุกครั้ง
            3. ด้านอารมณ์  การเล่นกระบี่กระบองเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน  ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด  ทั้งจากการเรียนและการทำงานได้เป็นอย่างดี  เนื่องจากอุปกรณ์หาง่ายราคาถูก  เล่นได้ทุกเพศทุกวัยและทุกสถานที่
            4. ด้านสังคม  การเล่นกระบี่กระบองเป็นการเล่นที่ต้องมีผู้เล่นเป็นคู่    ในขณะทำการแสดงต้องมีการปะทะถูกตัวกันบ้างตามสมควร    อีกทั้งบางครั้งมีการพลาดพลั้งถูกอาวุธของผู้เล่นทำให้เจ็บบ้าง    แต่หลังจากที่แสดงจบลงแล้ว    ผู้เล่นทั้งคู่จะกระทำการไหว้ขอขมาลาโทษซึ่งกันและกันทันที   โดยทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความโกรธเคืองซึ่งกันและกันเลย   แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาเป็นอย่างยิ่ง    ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยก่อให้เกิดสัมพันธภาพอันดีระหว่างบุคคลตลอดจนหมู่คณะ
            5.  ด้านสติปัญญา  กระบี่กระบองเป็นการเล่นที่ฝึกให้รู้จักคิดและตัดสินใจโดยเร็วเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ฝึกสายตาให้คล่องแคล่ว แหลมคม  อันนำมาซึ่งความคล่องแคล่วว่องไวในการเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกอันตรายต่าง ๆ หรือคล่องตัวในการทำงานต่าง ๆ เป็นต้น
คุณค่าของกระบี่กระบอง
                1. กระบี่กระบองเป็นวิชาที่เกี่ยวกับการต่อสู้ป้องกันตัว  ผู้ที่เรียนรู้วิชากระบี่กระบองมาแล้วย่อมมีทักษะป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับตนเอง  และสามารถนำมาใช้ในยามคับขันได้
                2. กระบี่กระบองเป็นกิจกรรมทางพละศึกษาที่ดีอย่างหนึ่ง  เนื่องจากกระบี่เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ผู้ เล่นกีฬาย่อมได้รับประโยชน์จากการเล่นในทุก ๆ ด้าน
                3. กระบี่กระบองเป็นกีฬาที่ฝึกน้ำใจเป็นอย่างดี  การเล่นกระบี่กระบองไม่มีข้อจำกัดในเรื่องการตีรันฟันแทง แต่อย่างใด  เพราะการเผชิญหน้ากับศัตรูจริง ๆ ไม่มีกติกาเช่นกัน  จึงฝึกให้ผู้เล่นมีน้ำใจกล้าหาญอดทน
                4. กระบี่กระบองเป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติไทย      กระบี่กระบองเป็นศิลปะการแสดงที่เชิดหน้าชูตาของคนไทยเรา  สามารถอวดชาวต่างประเทศได้  จึงควรหวงแหนรักษาไว้ให้ดำรงคงสืบต่อไป
การดูแลรักษาอุปกรณ์กระบี่
                ตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทยเราแต่โบราณ  ถือว่ากระบี่กระบองเป็นอาวุธที่เราต้องสำนึกในคุณค่าที่เรานำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันอันตรายจากศัตรู  กระบี่จึงมีความสำคัญต่อชีวิตจิตใจของผู้เล่นมา  ดังนั้นก่อนและหลังการเล่นจึงควรทำความเคารพต่อกระบี่  เก็บรักษาไว้ในที่เหมาะสม  ไม่วางเกะกะตามพื้น  การวางไว้ในที่สูงหรือทำที่เก็บกระบี่ไว้โดยเฉพาะ  หมั่นคอยดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะใช้เสมอ  ไม่ควรนำมาใช้ผิดประเภท  เช่น  นำไปปักเป็นหลักตามพื้นดิน  นำไปตีเพื่อน  ตีสิ่งของต่าง ๆ เล่น   และไม่ควรนำไปตีสัตว์ใด ๆ เป็นอย่างยิ่ง           การตกแต่งเพื่อความสวยงามกระทำได้  แต่ไม่ควรดัดแปลงจนกระทั่งไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งาน
เครื่องกระบี่กระบอง
                เครื่องกระบี่กระบอง  หมายถึง อาวุธต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องป้องกันตัวที่จำลองมาจากของจริงในสมัยโบราณ  ตลอดจนของจริงที่ใช้ในการแสดงกระบี่กระบอง  ได้แก่    กระบี่    ดาบ    ง้าว    พลอง    ดั้ง  โล่  เขน  ไม้สั้น  ฯลฯ เครื่องกระบี่กระบองเหล่านี้รวมเรียกว่า " เครื่องไม้ " มี  2 ชนิด คือ
                1. เครื่องไม้รำ จำลองมาจากอาวุธจริง  เน้นความสวยงาม มักบอบบางไม่แข็งแรง
                2. เครื่องไม้ตี  จำลองมาจากอาวุธจริง  เน้นความแข็งแรง มี  3 ลักษณะ คือ
                                2.1 เป็นอาวุธแท้
                                2.2 เป็นอาวุธที่จำลองมาเป็นเครื่องรำ
                                2.3 เป็นอาวุธที่จำลองมาเป็นเครื่องตี
                ในที่นี้จะขอกล่าวเพียงกระบี่เท่านั้น
กระบี่จริง ประกอบด้วย
                1. ตัวกระบี่ เป็นโลหะเหนียว ปลายแหลม มีด้านคมและสัน  บนตัวกระบี่จะบากร่องเอาไว้เพื่อเป็นการลดน้ำหนักของกระบี่ลง  ทางโคนจะบากเนื้อเหล็กไว้ให้เรียวเล็กลง  เพื่อทำกั่นกระบี่สำหรับติดด้าม
                2. ด้ามกระบี่  เป็นส่วนที่อยู่ติดกับกั่นกระบี่อย่างเหนียวแน่น  ยาวประมาณ 12 ซม. โตพอมือจับกำได้อย่างถนัดและมั่นคง  อาจทำด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้ เช่น  ไม้  งาช้าง  มุก  หรือเชือก เป็นต้น
                3. โกร่งกระบี่ รูปร่างคล้ายตระกร้อสอยผลไม้  ทำด้วยแผ่นเหล็กฉลุให้โปร่ง  ติดแน่นอยู่กับส่วนโคนกับปลายด้ามกระบี่  โกร่งกระบี่มีไว้สำหรับป้องกันการถูกฟันมือ
                4. ฝักกระบี่  คือ ปลอกที่ใช้สวมกระบี่ไว้เมื่อยังไม่ได้ใช้งาน  อาจทำด้วยโลหะ หนัง หรือไม้ก็ได้  ในฝักบุด้วยวัสดุพวกหนังอ่อน  หรือผ้าสักหลาดเพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างตัวกระบี่กับฝัก
กระบี่รำ ประกอบด้วย
                1. ตัวกระบี่ ทำด้วยหวายเทศ ยาวประมาณ 100 ซม. ปลายเรียบเล็กถักด้วยเชือกเส้นเล็ก ๆ แล้วลงรักปิดทอง  บางทีตัวกระบี่ทำด้วยไม้ประดับกระจกชิ้นเล็ก ๆ  เป็นลวดลายตลอดตัวกระบี่ก็มี
                2. ด้ามกระบี่ ส่วนใหญ่หุ้มด้วยกำมะหยี่ล้วนถักด้วยเชือก
                3. โกร่งกระบี่ ทำด้วยหนังทึบแล้วลงรักปิดทอง  เขียนลวดลายไทยต่าง ๆ
กระบี่ตี ทำเช่นเดียวกับกระบี่รำ คือตัวกระบี่เป็นหวายเทศตลอดอัน  เนื่องจากหวายชนิดนี้เหนียวแน่นและเบามาก แต่กระบี่ตีจะไม่มีลวดลายใด ๆ บนตัวกระบี่เลย อาจมีการถักเชือกบ้างที่โกร่งและด้าม แต่มักไม่เน้นความสวยงามใด ๆ เนื่องจากเป็นกระบี่ที่ใช้ฟัน ตี แทง ในการเล่นจริง
ความปลอดภัยในการเล่นกระบี่
                1. เล่นในขณะที่มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจดี มีความพร้อมที่จะเล่น
                2. เล่นด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาททั้งตนเองและคู่ต่อสู้
                3. รู้จักประมาณตน ไม่เล่นหักโหมเกินกำลัง
                4. สำรวจอุปกรณ์ และสถานที่เล่นให้แน่ใจว่าเรียบร้อยดีเสียก่อน
                5. แต่งกายด้วยชุดฝึกที่รัดกุม  เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก และคล่องแคล่ว
                6. บริหารร่างกายให้พร้อมทุกส่วนก่อนที่จะเล่นทุกครั้ง
                7. ควรมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ รักษากฎระเบียบ และประเพณีอันดีงาม